<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>www.atchiangmai.com</title>
	<atom:link href="http://www.atchiangmai.com/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.atchiangmai.com</link>
	<description>Just another WordPress weblog</description>
	<lastBuildDate>Wed, 27 Jan 2010 05:05:05 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>สะพานนวรัฐ2</title>
		<link>http://www.atchiangmai.com/?p=81</link>
		<comments>http://www.atchiangmai.com/?p=81#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Oct 2009 12:06:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.atchiangmai.com/?p=81</guid>
		<description><![CDATA[สะพานนวรัฐ
เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงแห่งแรกที่ทำด้วยไม้สัก ปัจจุบันได้รับการสร้างใหม่ให้เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก เมื่อปี พ.ศ. 2510
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่ อีกแห่งหนึ่ง
สะพาน นวรัฐ มีประวัติระบุว่าเป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำปิงสะพานที่สอง สะพานแรก คือ สะพานไม้ที่ข้ามระหว่างตลาดต้นลำไยกับวัดเกตการาม ดังเมื่อปี พ.ศ. 2440 เมื่อนายปิแอร์ โอร์ต นักกฎหมายชาวเบลเยียมเดินทางมาเมืองเชียงใหม่และบันทึกเกี่ยวกับสะพานข้าม แม่น้ำปิงว่า “…เชียงใหม่ไม่ใช่เมืองเก่าแก่มากนัก (เมื่อเทียบกับเมืองในยุโรป) แบ่งออกเป็น 2 เขต แต่ละเขตมีกำแพงสูงราว 3-4 เมตร และมีป้อมสูงที่แต่ละมุมกำแพง ตัวเมืองตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ ส่วนบนฝั่งซ้ายก็มีอาคารสำคัญๆ ตั้งอยู่ มีสะพานไม่สวยงามทอดเชื่อมระหว่างสองฝั่งแม่น้ำ สะพานนี้มีเสา 14 ต้น 
สะพานนี้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิง ที่เชียงใหม่แห่งแรกทำด้วยไม้สัก สร้างโดยนายชี้กหรือหมอชี้ก ราวปี พ.ศ. 2433 ใช้การต่อมาหลายสิบปีจนพังลงเมื่อปี พ.ศ. 2475 หมอชี้กผู้นี้มีประวัติน่าสนใจไม่ใช่น้อย จากนักสอนศาสนาที่มีอุดมการณ์มุ่งมั่นกลับกลายเป็นนักธุรกิจค้าไม้สักที่ มุ่งด้านผลกำไรเป็นหลัก ต่อมามีประวัติในด้านการสร้างฮาเร็มในเมืองเชียงใหม่อีกด้วย
ส่วนสะพานนวรัฐนั้นคงสร้างหลังปี พ.ศ. 2433 ชื่อ “นวรัฐ” ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์สุดท้าย
สมัยที่พระยาอนุบาลพายัพกิจ ได้รับแต่งตั้งไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างทางต้องมาพักเตรียมตัวเดินทางในเมืองเชียงใหม่ได้บันทึกเกี่ยวกับสะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สะพานนวรัฐ</strong><br />
เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงแห่งแรกที่ทำด้วยไม้สัก ปัจจุบันได้รับการสร้างใหม่ให้เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก เมื่อปี พ.ศ. 2510<br />
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่ อีกแห่งหนึ่ง<br />
<span style="color: #808080;">สะพาน นวรัฐ มีประวัติระบุว่าเป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำปิงสะพานที่สอง สะพานแรก คือ สะพานไม้ที่ข้ามระหว่างตลาดต้นลำไยกับวัดเกตการาม ดังเมื่อปี พ.ศ. 2440 เมื่อนายปิแอร์ โอร์ต นักกฎหมายชาวเบลเยียมเดินทางมาเมืองเชียงใหม่และบันทึกเกี่ยวกับสะพานข้าม แม่น้ำปิงว่า <span id="more-81"></span>“…เชียงใหม่ไม่ใช่เมืองเก่าแก่มากนัก (เมื่อเทียบกับเมืองในยุโรป) แบ่งออกเป็น 2 เขต แต่ละเขตมีกำแพงสูงราว 3-4 เมตร และมีป้อมสูงที่แต่ละมุมกำแพง ตัวเมืองตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ ส่วนบนฝั่งซ้ายก็มีอาคารสำคัญๆ ตั้งอยู่ มีสะพานไม่สวยงามทอดเชื่อมระหว่างสองฝั่งแม่น้ำ สะพานนี้มีเสา 14 ต้น </span><br />
<span style="color: #808080;">สะพานนี้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิง ที่เชียงใหม่แห่งแรกทำด้วยไม้สัก สร้างโดยนายชี้กหรือหมอชี้ก ราวปี พ.ศ. 2433 ใช้การต่อมาหลายสิบปีจนพังลงเมื่อปี พ.ศ. 2475 หมอชี้กผู้นี้มีประวัติน่าสนใจไม่ใช่น้อย จากนักสอนศาสนาที่มีอุดมการณ์มุ่งมั่นกลับกลายเป็นนักธุรกิจค้าไม้สักที่ มุ่งด้านผลกำไรเป็นหลัก ต่อมามีประวัติในด้านการสร้างฮาเร็มในเมืองเชียงใหม่อีกด้วย</span></p>
<p><span style="color: #808080;">ส่วนสะพานนวรัฐนั้นคงสร้างหลังปี พ.ศ. 2433 ชื่อ “นวรัฐ” ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์สุดท้าย</span></p>
<p><span style="color: #808080;">สมัยที่พระยาอนุบาลพายัพกิจ ได้รับแต่งตั้งไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างทางต้องมาพักเตรียมตัวเดินทางในเมืองเชียงใหม่ได้บันทึกเกี่ยวกับสะ พานนวรัฐ สะพานแห่งที่สองไว้ว่า “สะพานนวรัฐที่สร้างด้วยไม้นี้ ต่อมาได้เกิดเพลิงไหม้สะพาน ทางราชการจึงสร้างสะพานเหล็กลำลองพอให้รถวิ่งข้าไปมาได้ เมื่อรถไฟมาถึงเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2464 จึงมีการรื้อสะพานไม้เดิมแล้วสร้างสะพานเหล็กขึ้นแทน”</span></p>
<p><span style="color: #808080;">สะพานเหล็กแห่งนี้ใช้มาจนถึงปี พ.ศ. 2510 จึงรื้อสะพานเหล็กและสร้างเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน</span></p>
<img src="http://www.atchiangmai.com/?ak_action=api_record_view&id=81&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.atchiangmai.com/?feed=rss2&amp;p=81</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สะพานนวรัฐ</title>
		<link>http://www.atchiangmai.com/?p=9</link>
		<comments>http://www.atchiangmai.com/?p=9#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Oct 2009 02:28:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.atchiangmai.com/?p=9</guid>
		<description><![CDATA[สะพานนวรัฐ
เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงแห่งแรกที่ทำด้วยไม้สัก ปัจจุบันได้รับการสร้างใหม่ให้เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก เมื่อปี พ.ศ. 2510
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่ อีกแห่งหนึ่ง
สะพานนวรัฐ มีประวัติระบุว่าเป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำปิงสะพานที่สอง สะพานแรก คือ สะพานไม้ที่ข้ามระหว่างตลาดต้นลำไยกับวัดเกตการาม ดังเมื่อปี พ.ศ. 2440 เมื่อนายปิแอร์ โอร์ต นักกฎหมายชาวเบลเยียมเดินทางมาเมืองเชียงใหม่และบันทึกเกี่ยวกับสะพานข้ามแม่น้ำปิงว่า &#8220;…เชียงใหม่ไม่ใช่เมืองเก่าแก่มากนัก (เมื่อเทียบกับเมืองในยุโรป) แบ่งออกเป็น 2 เขต แต่ละเขตมีกำแพงสูงราว 3-4 เมตร และมีป้อมสูงที่แต่ละมุมกำแพง ตัวเมืองตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ ส่วนบนฝั่งซ้ายก็มีอาคารสำคัญๆ ตั้งอยู่ มีสะพานไม่สวยงามทอดเชื่อมระหว่างสองฝั่งแม่น้ำ สะพานนี้มีเสา 14 ต้น 
สะพานนี้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงที่เชียงใหม่แห่งแรกทำด้วยไม้สัก สร้างโดยนายชี้กหรือหมอชี้ก ราวปี พ.ศ. 2433 ใช้การต่อมาหลายสิบปีจนพังลงเมื่อปี พ.ศ. 2475 หมอชี้กผู้นี้มีประวัติน่าสนใจไม่ใช่น้อย จากนักสอนศาสนาที่มีอุดมการณ์มุ่งมั่นกลับกลายเป็นนักธุรกิจค้าไม้สักที่มุ่งด้านผลกำไรเป็นหลัก ต่อมามีประวัติในด้านการสร้างฮาเร็มในเมืองเชียงใหม่อีกด้วย
ส่วนสะพานนวรัฐนั้นคงสร้างหลังปี พ.ศ. 2433 ชื่อ &#8220;นวรัฐ&#8221; ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์สุดท้าย
สมัยที่พระยาอนุบาลพายัพกิจได้รับแต่งตั้งไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างทางต้องมาพักเตรียมตัวเดินทางในเมืองเชียงใหม่ได้บันทึกเกี่ยวกับสะพานนวรัฐ สะพานแห่งที่สองไว้ว่า &#8220;สะพานนวรัฐที่สร้างด้วยไม้นี้ ต่อมาได้เกิดเพลิงไหม้สะพาน ทางราชการจึงสร้างสะพานเหล็กลำลองพอให้รถวิ่งข้าไปมาได้ เมื่อรถไฟมาถึงเชียงใหม่ในปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #808080;"><strong></strong></span><strong>สะพานนวรัฐ</strong><br />
เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงแห่งแรกที่ทำด้วยไม้สัก ปัจจุบันได้รับการสร้างใหม่ให้เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก เมื่อปี พ.ศ. 2510<br />
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่ อีกแห่งหนึ่ง<br />
<span style="color: #808080;"><span id="more-9"></span>สะพานนวรัฐ มีประวัติระบุว่าเป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำปิงสะพานที่สอง สะพานแรก คือ สะพานไม้ที่ข้ามระหว่างตลาดต้นลำไยกับวัดเกตการาม ดังเมื่อปี พ.ศ. 2440 เมื่อนายปิแอร์ โอร์ต นักกฎหมายชาวเบลเยียมเดินทางมาเมืองเชียงใหม่และบันทึกเกี่ยวกับสะพานข้ามแม่น้ำปิงว่า &#8220;…เชียงใหม่ไม่ใช่เมืองเก่าแก่มากนัก (เมื่อเทียบกับเมืองในยุโรป) แบ่งออกเป็น 2 เขต แต่ละเขตมีกำแพงสูงราว 3-4 เมตร และมีป้อมสูงที่แต่ละมุมกำแพง ตัวเมืองตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ ส่วนบนฝั่งซ้ายก็มีอาคารสำคัญๆ ตั้งอยู่ มีสะพานไม่สวยงามทอดเชื่อมระหว่างสองฝั่งแม่น้ำ สะพานนี้มีเสา 14 ต้น </span><br />
<span style="color: #808080;">สะพานนี้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงที่เชียงใหม่แห่งแรกทำด้วยไม้สัก สร้างโดยนายชี้กหรือหมอชี้ก ราวปี พ.ศ. 2433 ใช้การต่อมาหลายสิบปีจนพังลงเมื่อปี พ.ศ. 2475 หมอชี้กผู้นี้มีประวัติน่าสนใจไม่ใช่น้อย จากนักสอนศาสนาที่มีอุดมการณ์มุ่งมั่นกลับกลายเป็นนักธุรกิจค้าไม้สักที่มุ่งด้านผลกำไรเป็นหลัก ต่อมามีประวัติในด้านการสร้างฮาเร็มในเมืองเชียงใหม่อีกด้วย</span></p>
<p><span style="color: #808080;">ส่วนสะพานนวรัฐนั้นคงสร้างหลังปี พ.ศ. 2433 ชื่อ &#8220;นวรัฐ&#8221; ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์สุดท้าย</span></p>
<p><span style="color: #808080;">สมัยที่พระยาอนุบาลพายัพกิจได้รับแต่งตั้งไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างทางต้องมาพักเตรียมตัวเดินทางในเมืองเชียงใหม่ได้บันทึกเกี่ยวกับสะพานนวรัฐ สะพานแห่งที่สองไว้ว่า &#8220;สะพานนวรัฐที่สร้างด้วยไม้นี้ ต่อมาได้เกิดเพลิงไหม้สะพาน ทางราชการจึงสร้างสะพานเหล็กลำลองพอให้รถวิ่งข้าไปมาได้ เมื่อรถไฟมาถึงเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2464 จึงมีการรื้อสะพานไม้เดิมแล้วสร้างสะพานเหล็กขึ้นแทน&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #808080;">สะพานเหล็กแห่งนี้ใช้มาจนถึงปี พ.ศ. 2510 จึงรื้อสะพานเหล็กและสร้างเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน</span></p>
<img src="http://www.atchiangmai.com/?ak_action=api_record_view&id=9&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.atchiangmai.com/?feed=rss2&amp;p=9</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประวัติสะพานเม็งราย</title>
		<link>http://www.atchiangmai.com/?p=5</link>
		<comments>http://www.atchiangmai.com/?p=5#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Oct 2009 02:19:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[สืบศิลป์-สานวัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หลากร้านหลายอารมณ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.atchiangmai.com/?p=5</guid>
		<description><![CDATA[การพัฒนาเมืองเชียงใหม่เมื่อปลายปี พ.ศ. 2510 คือ พิธีเปิดสะพานนวรัฐและสะพานเม็งรายอนุสรณ์ ซึ่งสะพานนวรัฐเริ่มก่อสร้างเมื่อปลายปี พ.ศ.2509 และเสร็จสิ้นเมื่อปลายปี พ.ศ.2510 มีพิธีเปิดโดยจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2510 มีสกู๊ปข่าวในหนังสือพิมพ์คนเมืองฉบับวันที่ 5 มกราคม 2511 &#8220;ในสาส์นของ ฯพณฯ ท่านจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันทำพิธีเปิดสะพานนวรัฐและสะพานเม็งรายอนุสรณ์ ซึ่ง นายสุนทร หงส์ลดารมณ์ รมต. กระทรวงเศรษฐการ นำมาอ่านในวันทำพิธีเปิดสะพานทั้ง 2 แห่ง เมื่อวันที่ 26 ธค.10 มีความสำคัญว่า รู้สึกยินดีที่จะเดินทางมาร่วมในพิธีนี้ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากมีราชการสำคัญเฉพาะหน้าเกิดขึ้น ไม่สามารถจะเดินทางมาได้ดังที่ตั้งใจไว้จึงขออภัยต่อทุกๆ ท่านด้วย เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดใหญ่ในส่วนภูมิภาคนี้ ซึ่งมีภูมิประเทศสวยงาม มีธรรมชาติน่าอยู่น่าอาศัย มีสิ่งดึงดูดและเป็นที่สนใจทั้งชาวไทยและต่างประเทศ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมองเห็นความสำคัญอันนี้ จึงมีนโยบายพัฒนาเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์การท่องเที่ยวนานาชาติขึ้น อันจะทำให้เชียงใหม่ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลกและจะนำรายได้มาสู่ประเทศไทยกับเชียงใหม่ในด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคต ฉะนั้นการที่ทางราชการจังหวัดและเทศบาลนครเชียงใหม่ร่วมกันริเริ่มเสนอข้อคิดเห็นไปยังกรรมการพัฒนาภาคเหนือและกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอเงินอุดหนุนในการดำเนินงานทำสะพานนวรัฐเพื่อสร้างใหม่นับว่าเป็นความคิดที่ดีและถูกต้องตามกาลสมัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะสอดรับกับบ้านเมืองที่กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ข้าพเจ้าหวังว่าสะพานทั้ง 2 แห่งนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การพัฒนาเมืองเชียงใหม่เมื่อปลายปี พ.ศ. 2510 คือ พิธีเปิดสะพานนวรัฐและสะพานเม็งรายอนุสรณ์ ซึ่งสะพานนวรัฐเริ่มก่อสร้างเมื่อปลายปี พ.ศ.2509 และเสร็จสิ้นเมื่อปลายปี พ.ศ.2510 มีพิธีเปิดโดยจอมพลถนอม <span id="more-5"></span>กิตติขจร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2510 มีสกู๊ปข่าวในหนังสือพิมพ์คนเมืองฉบับวันที่ 5 มกราคม 2511 &#8220;ในสาส์นของ ฯพณฯ ท่านจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันทำพิธีเปิดสะพานนวรัฐและสะพานเม็งรายอนุสรณ์ ซึ่ง นายสุนทร หงส์ลดารมณ์ รมต. กระทรวงเศรษฐการ นำมาอ่านในวันทำพิธีเปิดสะพานทั้ง 2 แห่ง เมื่อวันที่ 26 ธค.10 มีความสำคัญว่า รู้สึกยินดีที่จะเดินทางมาร่วมในพิธีนี้ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากมีราชการสำคัญเฉพาะหน้าเกิดขึ้น ไม่สามารถจะเดินทางมาได้ดังที่ตั้งใจไว้จึงขออภัยต่อทุกๆ ท่านด้วย เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดใหญ่ในส่วนภูมิภาคนี้ ซึ่งมีภูมิประเทศสวยงาม มีธรรมชาติน่าอยู่น่าอาศัย มีสิ่งดึงดูดและเป็นที่สนใจทั้งชาวไทยและต่างประเทศ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมองเห็นความสำคัญอันนี้ จึงมีนโยบายพัฒนาเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์การท่องเที่ยวนานาชาติขึ้น อันจะทำให้เชียงใหม่ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลกและจะนำรายได้มาสู่ประเทศไทยกับเชียงใหม่ในด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคต ฉะนั้นการที่ทางราชการจังหวัดและเทศบาลนครเชียงใหม่ร่วมกันริเริ่มเสนอข้อคิดเห็นไปยังกรรมการพัฒนาภาคเหนือและกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอเงินอุดหนุนในการดำเนินงานทำสะพานนวรัฐเพื่อสร้างใหม่นับว่าเป็นความคิดที่ดีและถูกต้องตามกาลสมัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะสอดรับกับบ้านเมืองที่กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ข้าพเจ้าหวังว่าสะพานทั้ง 2 แห่งนี้ จะอำนวยประโยชน์แก่ประชาชนและท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งขอแสดงความยินดีต่อพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ที่จะได้มีสะพาน อันเป็นศรีสง่าแก่บ้านเมืองไว้ ณ ที่นี้ด้วย&#8230;</p>
<p><span style="color: #808080;">&#8220;และในคำกล่าวรายงานพิธีเปิดสะพานทั้ง 2 แห่งของ พตอ.นิรันดร ชัยนาม ผวก.จังหวัดเชียงใหม่ในวันเดียวกันนั้นมีความบางตอนว่า สะพานนวรัฐนี้ เดิมเป็นสะพานเหล็ก มีขนาดเพียง 5.2 เมตร และยาว 200 เมตร ได้ก่อสร้างมาเมื่อปี พ.ศ. 2466 นับบัดนี้มีอายุได้ 45 ปี ในการก่อสร้างขณะนั้นได้ออกแบบสำหรับรับน้ำหนักรถบรรทุกและการจราจร ซึ่งยังไม่หนาแน่นอย่างเช่นในปัจจุบันซึ่งการสัญจรไปมาและพาหนะต่างๆ ได้เพิ่มปริมาณและน้ำหนักบรรทุกมากยิ่งขึ้น และปรากฏว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเสมอๆ ด้วยเหตุนี้จังหวัดเชียงใหม่และเทศบาลนครเชียงใหม่จึงได้ร่วมกันพิจารณาและเห็นพ้องต้องกันว่า ควรจะรื้อสะพานนวรัฐเดิมออกเสีย แล้วสร้างสะพานใหม่ขึ้นแทน ให้มีความแข็งแรงสวยงาม และกว้างขวางยิ่งขึ้นกว่าเดิม จึงได้ให้บริษัทเอกชนเสนอแบบแปลนการก่อสร้างในขนาดความกว้างทางจราจร 12 เมตร สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ถึง 10 ตัน สะพานแห่งใหม่นี้เมื่อคำนวณแบบแปลนแล้วจะต้องใช้เงินถึง 6 ล้านบาท เมื่อปี พ.ศ.2509 นับว่าเป็นความกรุณาของ ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการพัฒนาภาคเหนือ กระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล การสร้างสะพานแห่งนี้จึงได้รับเงินงบประมาณมาทำการก่อสร้างในลักษณะเงินอุดหนุนพิเศษ 6 ล้านบาท ก็จะสามารถนำไปสร้างแห่งใหม่ได้อีกแห่งหนึ่ง โดยมิต้องนำโครงเหล็กสะพานเดิม ซึ่งถูกสนิมกัดกินผุกร่อนไปทำการก่อสร้างอีก&#8230;สะพานแห่งนี้ใช้มาจนถึงทุกวันนี้ นับอายุได้รวม 40 ปีเข้าไปแล้ว</span></p>
<img src="http://www.atchiangmai.com/?ak_action=api_record_view&id=5&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.atchiangmai.com/?feed=rss2&amp;p=5</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประตูท่าแพ</title>
		<link>http://www.atchiangmai.com/?p=1</link>
		<comments>http://www.atchiangmai.com/?p=1#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Oct 2009 11:20:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[หลากร้านหลายอารมณ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.atchiangmai.com/?p=1</guid>
		<description><![CDATA[ประตูท่าแพนี้เดิมเรียกว่า ประตูเชียงเรือก เพราะอยู่ใกล้หมู่บ้านเชียงเรือกสร้างในรัชสมัยพญามังราย เมื่อแรก ตั้งเมืองเชียงใหม่ พ. ศ. ๑๘๓๙ ในอดีตชื่อประตูท่าแพนั้นเป็นชื่อของประตูเมือง ชั้นนอกประตูหนึ่งซึ่งอยู่ในแนวกำแพงวัดแสงฝางสมัยพระเจ้าพระเจ้าอินทวิชยานนท์ (พ.ศ . ๒๔๑๖- พ.ศ. ๒๔๓๙) เรียกประตูท่าแพว่าประตูชั้นนอก และประตูเชียงเรือกว่า “ประตูท่าแพชั้นใน” 
ภายหลังรื้อประตูชั้นนอกออกเหลือประตูท่าแพชั้นในจึงเรียกกันว่าสั้นๆทุกวันนี้ว่า “ประตูท่าแพ” ประตูท่าแพปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่และกรมศิลปากร สร้างขึ้นเมื่อ ๒๕๒๘-๒๕๒๙ โดยอาศัยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ประกอบกับภาพประตูเมืองเชียงใหม่ชั้นหนึ่งถ่ายเมือปี ๒๔๔๒ การศึกษาทางด้านโบรานคดีของรูปแบบกำแพงเมืองและปนตูเมืองแห่งนี่ ได้รับความร่วมมือทางด้านวิชาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ และกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านโบราณคดี
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #993300;">ประตูท่าแพนี้เดิมเรียกว่า ประตูเชียงเรือก เพราะอยู่ใกล้หมู่บ้านเชียงเรือกสร้างในรัชสมัยพญามังราย เมื่อแรก ตั้งเมืองเชียงใหม่ พ. ศ. ๑๘๓๙ ในอดีตชื่อประตูท่าแพนั้นเป็นชื่อของประตูเมือง ชั้นนอกประตูหนึ่งซึ่งอยู่ในแนวกำแพง<span id="more-1"></span>วัดแสงฝางสมัยพระเจ้าพระเจ้าอินทวิชยานนท์ (พ.ศ . ๒๔๑๖- พ.ศ. ๒๔๓๙) เรียกประตูท่าแพว่าประตูชั้นนอก และประตูเชียงเรือกว่า “ประตูท่าแพชั้นใน” </span></p>
<p><span style="color: #993300;">ภายหลังรื้อประตูชั้นนอกออกเหลือประตูท่าแพชั้นในจึงเรียกกันว่าสั้นๆทุกวันนี้ว่า “ประตูท่าแพ” ประตูท่าแพปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่และกรมศิลปากร สร้างขึ้นเมื่อ ๒๕๒๘-๒๕๒๙ โดยอาศัยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ประกอบกับภาพประตูเมืองเชียงใหม่ชั้นหนึ่งถ่ายเมือปี ๒๔๔๒ การศึกษาทางด้านโบรานคดีของรูปแบบกำแพงเมืองและปนตูเมืองแห่งนี่ ได้รับความร่วมมือทางด้านวิชาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ และกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านโบราณคดี</span></p>
<img src="http://www.atchiangmai.com/?ak_action=api_record_view&id=1&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.atchiangmai.com/?feed=rss2&amp;p=1</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
